แม่น้ำเจ้าพระยาในค่ำคืนนี้สวยงามมาก แสงจันทร์สะท้อนระลอกคลื่นที่พลิ้วไหว ทำให้ผมอดใจฮัมเพลงไม่ได้
มิยูกิเดินออกจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุม โดยมีผ้าเช็ดผมโพกไว้บนศีรษะ
ไทซังฮัมเพลงอะไรน่ะ เพราะจังเลย ร้องให้ฟังได้ไหม”
หลังจากอยู่กันมาสองวัน กับไวน์อีกขวดหนึ่งในคืนนี้ ความรู้สึกแปลกแตกต่างของเรา..หรือเฉพาะของผมนะ..เริ่มหายไป
ผมเริ่มร้องเพลง “ลุ่มเจ้าพระยา” ให้เธอฟัง
ลุ่มเจ้าพระยาเห็นสายธารา ไหลล่อง
เพียง แต่มองหัวใจให้ป่วน
น้ำไหลไป มักไม่ ไหลทวน
ชีวิตเรา ไม่มีหวน ไม่กลับทวนเหมือนกัน
เรา เกิดมา ผูกใจรัก กันดีกว่า
เพราะว่าชีวา แสน สั้น
เรา อย่าได้ สะเทือนหัวใจต่อกัน
ทิ้งชีวิตอัน สุขใจ
อย่าแตกกันเลยรักไว้ชมเชย ชิดมั่น
จง ผูกพันรักกันด้วยใจ
ขอจงเป็น เหมือนเช่น นกไพร
ที่เหิรบินคู่กันไป หัว ใจ คู่กัน
เรา เกิดมาผูกใจรัก กันดีกว่า
เพราะว่าชีวา แสน สั้น
เรา อย่าได้ สะเทือนหัวใจต่อกัน
ทิ้งชีวิตอัน สุขใจ
อย่าแตกกันเลยรักไว้ชมเชย ชิดมั่น
จง ผูกพัน รักกันด้วยใจ
ขอจงเป็น เหมือนเช่นนกไพร
ที่เหิรบินคู่กันไป หัว ใจ คู่ กัน...
“เพราะจังเลยค่ะ” เธอเดินเข้ามาหอมแก้มผม หน้าผมคงแดงก่ำและตึงด้วยฤทธิ์ไวน์นะเนี่ย
“ไทซังรู้จักเพลงญี่ปุ่นบ้างไหมคะ”
"เคยดูหนังเรื่องเซเว่น ไนท์ อิน แจแปน จำได้ว่าเพลงที่ฮิเดมิ อาโอกิ นางเอกร้องในรถน่ะไพเราะมาก มิยูกิรู้จักมั้ย"
ตอนนี้นึกออกแค่นี้จริงๆ เพราะโรงแรมโอเรียนเต็ลคงกำลังหมุนอยู่แน่ๆ
"รู้จักสิ มิยูกิเคยดูเรื่องนี้ด้วยล่ะ" แล้วเธอก็ร้องและแปลเพลงนี้ให้ผมฟัง
Mori mo iyagaru Bon kara saki nya
ฉันไม่ชอบการดูแลเด็ก หลังจากเทศกาลผ่านไป
Yuki mo chiratsukushi Ko mo nakushi
หิมะก็โปรยปรายลงมา แล้วเด็กน้อยก็ร้องไห้
Bon ga kita to te Nani ureshikaro
ถึงแม้เทศกาลนั้นจะผ่านไปแล้ว แต่ทำไมฉันต้องดีใจด้วยล่ะ
Katabira wa nashi Obi wa nashi
เสื้อผ้าป่านก็ไม่มี สายรัดเอวก็ไม่มี
Kono ko you naku Mori wo baijiru
เด็กน้อยขี้ร้องไห้คนนี้
Mori mo ichinichi Yaseru yara
ดูแลเด็ก 1 วัน ก็ทำให้ผอมลง
Hayo mo ikita ya Kono sato koete
ฉันอยากจะกลับไปเร็วๆ กลับไปสู่บ้านเกิด
Mukou ni mieru wa Oya no uchi
ที่ๆ ฉันสามารถมองเห็นได้ตรงโน้น คือบ้านพ่อแม่ฉัน
Mukou ni mieru wa Oya no uchi
ที่ๆ ฉันสามารถมองเห็นได้ตรงโน้น คือบ้านพ่อแม่ฉัน*
ผมปรบมือให้ เพราะเธอร้องได้ไพเราะจริงๆ
มิยูกิแต่งตัวในชุดกางเกงกีฬาขาสั้นเสื้อกล้ามกีฬามีตรามหาวิทยาลัยของเธอ มานั่งจิบไวน์คุยกันที่ระเบียง ด้วยชุดที่เธอใส่ทำให้เห็นผิวเนียนขาวของเธอ ดวงจันทร์คืนนี้หมองไปเลย..และผมสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้ใส่เสื้อชั้นใน
เราวางแผนเรื่องเที่ยวอยุธยากันในวันพรุ่งนี้ โดยผมจะยืมรถคุณพ่อมาใช้ตลอดเวลาที่มิยูกิอยู่เมืองไทย หลังจากไวน์หมดไปอีกขวด ผมไปอาบน้ำเสร็จก็กู๊ดไนท์แยกย้ายกันไปนอนคนละเตียง
ผมนอนลืมตาโพลงในห้องที่มีเพียงแสงจันทร์ส่องแทรกเข้ามาทางระเบียง คิดย้อนไปถึงสองวันที่ผ่านมา คิดไกลไปอีกหลายวันที่จะมาถึง
นี่เป็นกรรมบันดาลหรือบุพเพสันนิวาส ที่ได้ส่งมิยูกิมาพบกับผม ผมปฏิเสธตัวเองไม่ได้เลยว่าหลงเสน่ห์สาวสวยแห่งแดนอาทิตย์อุทัยคนนี้เสียแล้ว
ผมมีเพื่อนผู้หญิงหลายคน ที่สนิทมากๆ ก็หลายคน แต่ไม่เคยมีความรู้สึกที่ยากจะบรรยายอย่างนี้ ผมรู้ว่า...มันเป็นรักแรกพบ และเป็นรักครั้งแรกของผมเสียด้วย เพราะผมก็อาจจะเหมือนกับผู้ชายวัยเดียวกันอีกเป็นล้านๆ คน ที่ยังรักการเที่ยวเตร่สังสรรค์กับเพื่อนๆ มากกว่ามาคอยเคลียคลอพะนอเอาใจหญิงสาวสักคน
เสียงสวบสาบจากเตียงของมิยูกิ ทำให้ผมต้องหันไปมอง ก็เห็นมิยูกิเดินมาที่เตียงของผม แล้วเธอก็แทรกตัวเข้ามาในผ้าห่ม เธอนอนตะแคงเอามือมากอดตัวของผมไว้
“มิยูกินอนไม่หลับ ขอนอนด้วยคนนะคะ”
::: ::: :::
เขียนครั้งแรก www.oknation.net/blog/konto
วันจันทร์ ที่ 6 ตุลาคม 2551
มิยูกิที่รัก (3)
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 1834
Sunday, December 6, 2015
มิยูกิที่รัก ตอนที่ 2
“อากาศดีจังเลยนะคะ” มิยูกิพูดขึ้นขณะที่เรือกลับลำแถวๆ ปากแม่น้ำเจ้าพระยา
“ผมก็เพิ่งเคยลงเรือมาถึงที่นี่แหละ อากาศดีจริงๆ ด้วย”
เราสองคนเริ่มคุ้นกับภาษาอังกฤษแปลกๆ
และการทำมือทำไม้ประกอบการพูด ใครมาเห็นคงจะนึกว่าคนใบ้สองคนคุยกัน
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม 2551
มิยูกิที่รัก (2)
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 1870
“ผมก็เพิ่งเคยลงเรือมาถึงที่นี่แหละ อากาศดีจริงๆ ด้วย”
เราสองคนเริ่มคุ้นกับภาษาอังกฤษแปลกๆ
และการทำมือทำไม้ประกอบการพูด ใครมาเห็นคงจะนึกว่าคนใบ้สองคนคุยกัน
ระหว่างอาหารค่ำบนเรือนั้น มิยูกิเล่าให้ผมคลายความข้องใจว่าทำไมเธอถึงมาเที่ยวเมืองไทยคนเดียว ทำไมถึงได้มาพักโรงแรมชื่อดังระดับโลก และยังเล่าด้วยว่าก่อนที่เธอจะเดินเหม่อลงไปให้รถแท็กซี่เกือบชนนั้น เธอไปเที่ยววัดสุทัศน์ วัดพระแก้วและพิพิธภัณฑ์มา ซึ่งเป็นการเที่ยววันแรกในกรุงเทพฯ ตามโปรแกรมที่เธอตั้งใจไว้ เธอเพิ่งเดินทางมาถึงเมื่อคืนและเป็นการมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก
ผมก็เล่าให้เธอฟังบ้างว่ากำลังจะกลับบ้าน..ทั้งๆ ที่จะไปสังสรรค์กับเพื่อน..พอเดินออกจากมหาวิทยาลัยจะไปขึ้นรถเมล์ที่หน้าโรงละครก็เห็นเหตุการณ์พอดี
มิยูกินั้นอายุน้อยกว่าผมปีเดียว เรียนจบอุดมศึกษาแล้ว และขออนุญาตครอบครัวซึ่งทำธุรกิจร้านอาหารมาเที่ยวเมืองไทย เพราะเคยอ่านหนังสือพบว่าเมืองไทยสวยงามน่าเที่ยวมาก จึงนัดกับเพื่อนไว้แต่บังเอิญเพื่อนมีธุระกะทันหัน ขอยกเลิก ด้วยความโกรธเพื่อนและทิฐิของเธอ ทำให้เธอตัดสินใจมาคนเดียว
“ธุรกิจที่บ้านเธอคงดีใช่ไหม เพราะโอเรียนเต็ลนี่ได้ยินว่าราคาไม่ถูกเลยนะ” ผมยังข้องใจ
“ร้านอาหารของคุณพ่อฉันมี 40 กว่าสาขาในโตเกียวและที่อื่นๆ อีก 2-3 เมือง” เธอเฉลยให้ผมหายข้องใจ
“ครอบครัวของไทซังล่ะเป็นอย่างไรบ้าง”
“พ่อผมมีสำนักงานทนายความเล็กๆ ผมก็เป็นลูกจ้างของพ่อนั่นแหละ”
“เหมือนฉันเลย เอ้าดื่มฉลองให้นายจ้างของเราหน่อย” เธอหัวร่อจนเห็นฟันขาวสวย แล้วยกแก้วไวน์ให้ชน
เมื่อตอนที่ผมมาส่งเธอที่ล็อบบี้โรงแรม มิยูกิก็เอ่ยปากถามผม
“ไทซังจะรังเกียจไหม ถ้ามิยูกิขอเชิญเป็นเพื่อนไปเที่ยวด้วยกันอีกตลอด 7 วันที่เหลือ”
ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจให้ผมตอบเธอไปทันที “ผมยินดีที่ได้เป็นเพื่อนเที่ยวกับมิยูกิครับ ถ้าหากว่าจะให้ผมช่วยจ่ายค่ารถค่าอาหารบ้าง”
“มิยูกิดีใจมากค่ะ แต่เรื่องค่าใช้จ่ายเป็นหน้าที่ของมิยูกิเองนะคะ” ผมก็ได้แต่แบมือและยักไหล่ด้วยท่าที่คิดว่าเท่ที่สุด
“งั้นคืนนี้ราตรีสวัสดิ์และฝันดีนะครับ”
“ค่ะ มิยูกิจะฝันถึงไทซัง กู๊ดไนท์” เธอล้อผมเล่นอีกแล้ว
:: :: :: :: ::
คืนวันที่สองเราไปกินอาหารญี่ปุ่นกันที่ถนนธนิยะ ตลอดเวลาเราสองคนผลัดกันเล่าเรื่องราวต่างๆ มีอยู่ตอนหนึ่งที่ผมเล่าเรื่อง “คู่กรรม” ให้เธอฟัง สีหน้าเธอเคลิบเคลิ้มกับเรื่องที่ผมเล่ามาก แต่สุดท้ายเธอก็บอกว่าผู้ชายญี่ปุ่นที่เธอรู้จักไม่เห็นเหมือน “โกโบริ” สักคน เธอบอกว่าจะเรียกผมว่า “โกโบริ” ผมบอกว่าไม่เอาหรอกไม่อยากเป็นพระเอก...แต่จริงๆ ผมอายต่างหาก เกิดเธอไปเรียกผมแบบนี้ต่อหน้าแม่ค้ากล้วยปิ้ง ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“คืนนี้ไทซังนอนกับฉันที่ห้องดีไหม เช้าๆ จะได้ไม่ต้องรีบตื่น” อยู่ๆ เธอก็พูดประโยคนี้ออกมา จนผมทำปลาดิบที่กำลังคีบอยู่หล่นบนโต๊ะ
“เอ่อ ไม่ดีหรอกมั้งเดี๋ยวโรงแรมจะว่าเอา” ผมรีบบอก
“นอนได้นะ จำไม่ได้เหรอว่าฉันจองห้องสองเตียงเอาไว้ แล้วฉันก็ไม่ได้ยกเลิกหรือเปลี่ยนห้องด้วย”
“เอ่อ ผมไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยน” ผมพูดแบบรู้สึกเริ่มโกหกตัวเอง
“โธ่ เดี๋ยวเราก็ซื้อที่ร้านแถวนี้ก็ได้ เมื่อกี้เดินผ่านเห็นขายเยอะแยะเลย”
“เอ่อ..”
“หรือว่าไทซังเบื่อมิยูกิแล้ว”
“ไม่ใช่ๆ แต่ว่า..” ผมจะบอกเธออย่างไรดีล่ะ ว่ามันไม่เหมาะไม่ควร
“งั้นเดี๋ยวออกไปซื้อเสื้อผ้ากันนะ นะ” เธอไปเป็นเซลส์ได้เลยนะเนี่ย
:: :: :: :: ::
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม 2551
มิยูกิที่รัก (2)
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 1870
มิยูกิที่รัก ตอนที่ 1
วันนี้เลขาฯ ได้นำซองจดหมายมาวางบนโต๊ะทำงานของผมแยกจากจดหมายธุรกิจทั่วๆ ไปอีกครั้ง เป็นคำสั่งของผมเองว่า ถ้ามีซองจดหมายสีฟ้าลายดอกซากุระ เขียนด้วยลายมือเป็นภาษาอังกฤษ ติดสแตมป์รูปซากุระ ให้แยกออกมาต่างหาก เพราะจดหมายนี้จะส่งมาถึงผมเดือนพฤษภาคมปีละครั้งเท่านั้น และจดหมายนี้เป็นฉบับที่ 21
แต่เมื่อเห็นความหนาของซองจดหมายที่ต่างจากทุกๆ ปี ลางสังหรณ์บางอย่างก็เกิดขึ้น ผมรีบเปิดซองจดหมายออกดูทันที ปีนี้ต่างจากทุกปีที่ปกติจะมีกระดาษจดหมาย 1 แผ่นและรูปถ่ายขนาดโปสการ์ด 1 ใบ ตรงที่มีซองจดหมายลักษณะเดียวกันแต่ไม่ได้จ่าหน้าซองพับครึ่งแนบมาด้วย
ผมเปิดกระดาษจดหมายออกมาก่อน พบว่าเป็นลายมือภาษาอังกฤษที่ไม่คุ้นเคย ระบุวันที่เขียนจดหมายก่อนจะมาถึงมือผม 7 วัน เนื้อความในจดหมายอ่านได้ความว่า
ผมหยิบรูปถ่ายมาดู เป็นรูปครึ่งตัวของสาววัยรุ่นญี่ปุ่นในเครื่องแบบของสถาบันที่เธอเรียน หน้าตาเธอไม่ได้สะสวยนัก แต่ผิวหน้าขาวใสไม่มีสิวฝ้าเลย คิ้วเข้ม ดวงตากลมโต มุมของปากเรียวแดงจิ้มลิ้มที่เหมือนกำลังยิ้มนั้นทำให้เกิดลักยิ้มขึ้นด้วย ผมพลิกดูด้านหลัง เห็นเป็นลายมือเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “ยูมิ อายุ 21 ปี” แล้วผมก็เปิดลิ้นชักที่โต๊ะเพื่อจะเก็บรูปรวมกับรูปของยูมิอีก 20 ใบ ที่ผมได้รับจากแม่ของเธอมาตั้งแต่ตอนเธออายุ 1 ปี“ไทซัง
ยูมิได้ส่งจดหมายของคุณแม่ และรูปที่ยูมิเพิ่งไปถ่ายมาเมื่อวานนี้มาให้ และหลังจากนี้คุณแม่บอกว่าให้ยูมิเขียนจดหมายถึงไทซังทุกๆ ปีด้วย ซึ่งยูมิยินดีที่จะทำเพราะไทซังก็เหมือนญาติคนหนึ่งเพียงแต่ไม่เคยพบหน้ากันจริงๆ เท่านั้น
ขอพระผู้เป็นเจ้าอวยพระพรแด่คุณด้วย
ยูมิ”
ซองจดหมายที่แนบมาด้วยนั้นไม่ได้ผนึกไว้ ผมจึงหยิบกระดาษจดหมายออกมา เพียงแค่ประโยคแรกที่อ่าน ความรู้สึกเหมือนมีอะไรมาฉุดกระชากพลังในตัวของผมออกจนหมด จากม่านน้ำตาที่ทำให้จดหมายพร่ามัวก็แปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำจากตาที่ทำให้ผมไม่อาจจะอ่านจดหมายต่อไปได้
:: :: :: :: ::
กรุงเทพมหานคร
ในวาระฉลองครบรอบ 200 ปี
“สวยมาก สวยจริงๆ” มิยูกิพูดขึ้นก่อนจะก้มไปดูดน้ำมะพร้าวจากถุงพลาสติก เราสองคนกำลังนั่งอยู่ที่ฐานพระปรางค์วัดอรุณฯ “ไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใกล้แค่นี้ ไทซังก็ยังไม่เคยมาดู” มิยูกิพูดต่อ
“บางครั้งได้ชื่นชมอาจจะดีกว่าได้ใกล้ชิดนะ ดูอย่างพระจันทร์สิ มันสวยงามมาตั้งแต่ไหน จนมีรอยเท้าของนีล อาร์มสตรองนั่นแหละ” ผมพยายามแก้ตัว ทั้งๆ ที่มิยูกิพูดถูกต้อง
“เราจะกลับไปโรงแรมกันก่อนไหม” ผมถาม และมิยูกิก็พยักหน้ารับ ตอนนี้หน้าของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ แก้มสองข้างแดงเปล่งปลั่งด้วยความร้อน เธอลุกขึ้นยืนปัดกระโปรงยีนส์ที่ยาวเลยเข่า ก่อนจะหยิบเป้สัมภาระมาคล้องไหล่ ผมเป็นคนแนะนำให้เธอใส่กระโปรงและเสื้อที่ไม่หนานัก เพราะบางสถานที่ที่เราไปไม่อนุญาตให้นุ่งกางเกง ส่วนอากาศยามนี้เหมาะที่สุดสำหรับเสื้อบางเบา
เราเดินออกมาเรียกสามล้อที่ริมถนน โดยผมต้องให้เธอเกาะแขนผมไว้ ผมบอกปลายทางและต่อรองราคาเล็กน้อย ก่อนที่จะให้มิยูกิก้าวขึ้นบนรถก่อน เมื่อรถวิ่งมาบนสะพานพุทธ ลมเย็นๆ จากแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้สดชื่นขึ้น แล้วผมก็คิดไปถึงเมื่อวานนี้
:: :: :: :: ::
“เอี๊ยด..ด...ด..” เสียงเบรกรถดังลั่นถนนตรงมุมโรงละครแห่งชาติ เมื่อรถหยุดนิ่งผมก็วิ่งเข้าไปดูพร้อมๆ กับคนขับรถแท็กซี่คันที่เบรก ข้างๆ รถแท็กซี่คันนั้นมีหญิงสาววัยรุ่นกำลังนั่งยองๆ เก็บข้าวของที่ร่วงกระจายบนพื้นถนนเก็บใส่เป้ของเธอ
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” คนขับแท็กซี่ถามด้วยสำเนียงทางภาคอิสาน แต่ดูเหมือนเธอจะฟังไม่เข้าใจ
“คุณบาดเจ็บหรือเปล่าครับ” ผมถามเธอเป็นภาษาอังกฤษ “ต้องการให้พาไปโรงพยาบาลมั้ย” เธอสั่นศีรษะ
“เขาว่าอย่างไรครับ” คนขับแท็กซี่ถาม ผมก็บอกเขาไป
“ยังงั้นผมไปส่งผู้โดยสารต่อนะ” คนขับแท็กซี่บอก ผมก็บอกเธอไป เธอพยักหน้า ผมเลยขอชื่อคนขับและจดเลขทะเบียนไว้ เผื่อมีปัญหาทีหลัง ก่อนที่แท็กซี่คันนั้นจะแล่นออกไปจากที่เกิดเหตุ
“ขอบคุณมากนะคะ” เธอพูดกับผม พร้อมกับจะลุกขึ้นยืน แต่เธอก็ต้องเสียหลักจนตัวเอียง ผมรีบเข้าประคองเธอเดินกลับขึ้นมาบนทางเท้า
“สงสัยจะข้อเท้าเคล็ดล่ะมั้ง ไปหาหมอที่คลินิกแถวนี้มั้ย” ผมถามเพราะเห็นว่าข้อเท้าเธอคงจะเคล็ดเพราะเสียหลักล้ม เนื่องจากตกใจ รถแท็กซี่คันนั้นไม่ได้เฉี่ยวหรือชนเธอหรอก
“ขอบคุณค่ะ ถ้าคุณจะกรุณาพาฉันไป” เธอยอมจำนน เพราะคงจะเห็นว่าข้อเท้าเธอเคล็ด
ผมจัดการเรียกสามล้อพาเธอไปคลินิกที่อยู่ตรงสี่แยกคอกวัว ในระหว่างนั้นผมกับเธอไม่ได้คุยกันเลย อาจจะเป็นเพราะต่างคนต่างพูดภาษาอังกฤษกันได้ไม่ดีนัก แต่ผมก็ต้องขอทราบชื่อเธอเพราะต้องแจ้งชื่อคนไข้ เธอหยิบพาสปอร์ตของเธอมาให้ดู ผมจึงทราบว่าเธอเชื่อ “มิยูกิ” และผมก็บอกชื่อตัวเองให้เธอรู้ระหว่างนั่งรอคิวตรวจ หลังจากคุณหมอตรวจและให้ครีมนวดแก้เคล็ดมา ผมก็ละล้าละลังว่าจะทำอย่างไรต่อไปเพราะมีนัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ คืนนี้
“ถ้าคุณไม่รังเกียจ ฉันจะขอเลี้ยงอาหารค่ำเป็นการตอบแทนจะได้ไหมคะ” มิยูกิพูดด้วยเสียงมั่นใจเหมือนกับได้ไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว
“ไม่เป็นไรกระมังครับ ที่ผมทำวันนี้ไม่ได้หวังว่าคุณจะต้องตอบแทนอะไรเลย” เอ..ทำไมผมรู้สึกเขินๆ นะ
“ตกลงนะคะ งั้นเดี๋ยวคุณพาฉันกลับโรงแรมก่อน แล้วค่อยออกมาหาอะไรกินกัน” พูดเสร็จ เธอก็คว้าแขนผม ผมทำท่าจะเบี่ยงแขนหลบ แต่นึกขึ้นได้ว่าเธอจะจับแขนผมเพราะเธอเจ็บข้อเท้า...ผมรู้สึกอายตัวเองจังเลย...ผมเลยเข้าไปยืนข้างที่เธอเจ็บข้อเท้าเพื่อรับน้ำหนักที่ข้างนั้น
เมื่อลงมายืนริมถนนราชดำเนิน เธอขอให้ผมเรียกแท็กซี่ ผมถามชื่อโรงแรม เธอบอกว่า “โอเรียนเต็ล” ผมมองหน้าเธอแล้วถามว่า “ล้อเล่นหรือเปล่า” เธอบอกว่า “โอเรียนเต็ลจริงๆ ค่ะ”
บนรถแท็กซี่เธอถามผมว่า “ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันล้อเล่นเรื่องโรงแรม”
“ก็ผมเข้าใจว่าโรงแรมนี้มีแต่พวกนักธุรกิจหรือพวกที่แต่งตัวหรูหราเข้าพัก...เอ่อ..”
“และคุณก็เห็นว่าฉันแต่งตัวไม่เหมือนพวกนั้น?” เธอถามแทรกทันที แล้วเธอก็ก้มมองตัวเอง เธอใส่เสื้อและกระโปรงผ้าฝ้ายพริ้วๆ เหมือนกับที่ชาวญี่ปุ่นชอบใส่กัน
“เปล่า ไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า แต่คุณดูเป็นเด็กเกินไป”
“อ๋อ โอเรียนเต็ลห้ามเด็กเข้าพัก” เธอพูดกลั้วเสียงหัวร่อ ผมเพิ่งสังเกตว่าเสียงเธอใส กังวาน เป็นเสียงแบบคนมีความสุขตลอดเวลา
เมื่อเดินเข้าไปในล็อบบี้โรงแรม ผมก็บอกกับมิยูกิว่าจะขอรออยู่ที่ล็อบบี้ แต่เธอบอกว่าให้ผมขึ้นไปล้างหน้าล้างตาได้ ผมก็มองไปรอบๆ ไม่เห็นพนักงานที่นี่มีท่าทางรังเกียจชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ของผมเลย ผมก็เลยตามไปที่ห้องพักของเธอ
:: :: :: :: ::
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม 2551
มิยูกิที่รัก (1)
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 2852
สัดส่วนแห่งสวรรค์
เห็นชื่อเรื่อง เดี๋ยวท่านก็จะนึกว่าอีตาคนโทมาอีกแล้ว เรื่องที่แล้วเขียนเรื่อง"จิ๋ม"มาเรื่องนี้เขียนเรื่อง"สัดส่วน"อีกแล้ว
ก็ผมจะเขียนเรื่อง "แมวที่ชื่อจิ๋ม" กับ "เพื่อนที่ชื่อจิ๋ม" ไม่น่าจะมีอะไรแปลกพิสดารนี่นา
คราวนี้เขียนถึง "สัดส่วน" จะว่าเกี่ยวกับคนก็มีส่วนนะ แต่ไม่ได้เน้นว่าเป็นสัดส่วนของคนแบบในรูปนี้หรอกน่า
Keeley Hazell ผู้หญิงที่ว่ากันว่ามีนมสวยที่สุดในโลก และเป็นต้นแบบสร้างหุ่นสำหรับโชว์เสื้อผ้าสตรี
ผมจะเขียนถึงส่วนหนึ่งของหนังสือ The Davinci Code ที่ Dan Brown เขียนแล้วขายดิบขายดี เป็นกรณีศึกษาเรื่องวรรณกรรมที่เกี่ยวกับศาสนาที่อ่านแล้วแยกแยะไม่ถูก ว่าอะไรจริง อะไรเป็นจินตนาการของนักเขียน ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว อ่านแล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนังสือที่ไม่อยากวางเลย ถ้ายังอ่านไม่จบ และเมื่ออ่านแล้วทำให้เราต้องค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยความอยากรู้อยากเห็น
...ไม่อยากคุยว่าอ่านจบแล้ว ไปค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ตในส่วนที่เขาเขียนถึงก่อนจะมีหนังสือถอดรหัสดาวินชี หรือแม้กระทั่งก่อนที่เว็บ www.danbrown.com จะเอารูปและเรื่องพวกนั้นมาลงเสียอีก...(แต่เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่ศึกษาเรื่องของเลโอนาโดดาวินชีหรือเกี่ยวกับศาสนวิทยาทางด้านศาสนาคริสต์มาก่อน) หลังจากนั้นมีภาพยนตร์ที่ทอม แฮงค์ นำแสดงออกมาฉายอีก น่าเสียดายว่ารายละเอียดจากหนังสือหายไปมากมาย ด้วยเงื่อนไขเวลา (เงื่อนไขทางธุรกิจ?)
สิ่งที่ได้เรียนรู้และข้อสังเกตจากหนังสือเล่มนี้มีมากมาย เช่นภาพ The Last Supper ซึ่งซ่อนเงื่อนงำความนึกคิดของดาวินชีผู้เขียนภาพนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะซ่อนตัว W (woman) ที่แดน บราวน์ค้นคว้ามาเขียน หรือมีรูปมือถือมีดปรากฎอยู่โดยไม่รู้ว่าเป็นมือใคร?
ภาพ Virgin of the rocks นั้นจริงๆ มีอยู่สองเวอร์ชั่น คือภาพแรกที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ฝรั่งเศส ชื่อว่า Madonna of the rocks และภาพที่เขียนใหม่ภายหลังที่เนชั่นแนล แกลเลอรี่ ลอนดอน แต่ใช้ชื่อว่า Virgin of the rocks มีความแตกต่างกันอย่างจงใจ
ซึ่งภาษาทางวิชาการเรียกว่า อัตราส่วนทองคำ (Golden ratio)
ในหนังสือเขียนไว้ว่า "สัดส่วนแห่งสวรรค์" คือเลข 1.618
แต่จริงๆ แล้วเลขที่เป็นทศนิยมไม่รู้จบ คือ 1.61803398874989...
PHI ตัวเลขพิศวงจากธรรมชาติ
1.61803398874989...
ลำดับตัวเลขที่ทุกคนกำลังจ้องมองอยู่นี้ เป็นลำดับตัวเลขที่โด่งดังที่สุดแบบหนึ่งในประวัติศาสตร์ เรียกกันว่า ลำดับฟีโบนักชี แม้กระทั่งในหนังสือนวนิยายชื่อดังซึ่งติดอันดับขายดีกว่า 8 ล้านเล่มทั่วโลกอย่าง The Da Vinci Code (รหัสลับดาวินชี) ของแดน บราวน์ ยังได้นำลำดับฟีโบนักชีนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการผูกปมปริศนาตอนต้นเรื่องให้ผู้อ่านต้องรู้สึกฉงนและทึ่งกันมาแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าธรรมชาติได้ทำให้เรารู้สึกทึ่งยิ่งกว่านั้นอีกหลายเท่า ด้วยการสร้างตัวเอง ขยายขนาด ขยายการเจริญเติบโต รวมถึงการแพร่พันธุ์ ตามกฎเกณฑ์ของลำดับฟีโบนักชีนี้ด้วย
ความมีชื่อเสียงของลำดับฟีโบนักชีเริ่มเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 13 โดยนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีกับชื่ออันเป็นที่มาของลำดับนี้ คือ ลีโอนาโด ฟีโบนักชี ผู้ซึ่งได้พาเราเข้าไปล่วงรู้ความลับของธรรมชาติ จากการที่เขาได้สังเกต และศึกษาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น รูปแบบของฟ้าแลบ รูปแบบของผลไม้ และรูปแบบของเปลือกหอยทาก เป็นต้น การศึกษาของเขาพบว่า การเกิดของ ปรากฏการณ์เหล่านี้มีรูปแบบที่เป็นปกติ และค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยนำมาคิดเป็นตัวเลขทางคณิตศาสตร์ คือ 1 1 2 3 5 8 13 21 34 55 89 ….และต่อ ๆ ไป ซึ่งใช้วิธีการจัดเรียงตัวเลขจากการนำตัวเลขที่อยู่สองตัวข้างหน้าบวกกัน ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นตัวเลขตัวถัดไป เช่น 1+1=2, 1+2=3, 2+3=5, 3+5=8, ….
ตัวอย่างง่ายๆ ที่แสดงถึงความปรากฎอยู่ของลำดับฟีโบนักชีในธรรมชาติ ได้แก่
เช่น 5 หารด้วย 3, 8 หารด้วย 5, 13 หารด้วย 8, 21 หารด้วย 13 …ได้ผลลัพธ์ที่เข้าใกล้อัตราส่วน 1.618 และเมื่อตัวเลขยิ่งเพิ่มมากขึ้น ความเข้าใกล้อัตราส่วน 1.618 นี้ก็ยิ่งมากขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คนโบราณจึงถือว่ามันเป็นสัดส่วนที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างขึ้นอย่างแสนมหัศจรรย์ พร้อมกับเรียกชื่อตัวเลข 1.618 นี้เป็นภาษากรีกโบราณว่า PHI (ฟี) หรือบางครั้งถึงกับเรียกว่า อัตราส่วนทองคำ (Golden ratio)
เราลองมาดูกันว่า PHI มีอยู่แห่งหนใดบ้าง ??
เพนทาเคิล และ ภาพ The Vitruvian Man ล้วนเป็นสัดส่วนแห่งสวรรค์
*ดาวินชีเป็นคนแรกที่แสดงให้เห็นว่าร่างกายมนุษย์แทบจะเรียกได้ว่าประกอบด้วยหน่วยโครงสร้างซึ่งมีอัตราส่วนของสัดส่วนเท่ากับ PHI เสมอ
เรื่องนี้อาจจะยาวมาก แต่เห็นมั้ย ว่าไม่ได้ "โป๊" สักหน่อย
(ภาพประกอบทั้งหมดจากอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่จากเว็บ www.danbrown.com เนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ* และจากเว็บ www.nsm.or.th/modules.php?name=News&file=article&sid=170)
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
วันพุธ ที่ 30 เมษายน 2551
สัดส่วนแห่งสวรรค์
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 7551
ก็ผมจะเขียนเรื่อง "แมวที่ชื่อจิ๋ม" กับ "เพื่อนที่ชื่อจิ๋ม" ไม่น่าจะมีอะไรแปลกพิสดารนี่นา
คราวนี้เขียนถึง "สัดส่วน" จะว่าเกี่ยวกับคนก็มีส่วนนะ แต่ไม่ได้เน้นว่าเป็นสัดส่วนของคนแบบในรูปนี้หรอกน่า

Keeley Hazell ผู้หญิงที่ว่ากันว่ามีนมสวยที่สุดในโลก และเป็นต้นแบบสร้างหุ่นสำหรับโชว์เสื้อผ้าสตรี
ผมจะเขียนถึงส่วนหนึ่งของหนังสือ The Davinci Code ที่ Dan Brown เขียนแล้วขายดิบขายดี เป็นกรณีศึกษาเรื่องวรรณกรรมที่เกี่ยวกับศาสนาที่อ่านแล้วแยกแยะไม่ถูก ว่าอะไรจริง อะไรเป็นจินตนาการของนักเขียน ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว อ่านแล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนังสือที่ไม่อยากวางเลย ถ้ายังอ่านไม่จบ และเมื่ออ่านแล้วทำให้เราต้องค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยความอยากรู้อยากเห็น
...ไม่อยากคุยว่าอ่านจบแล้ว ไปค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ตในส่วนที่เขาเขียนถึงก่อนจะมีหนังสือถอดรหัสดาวินชี หรือแม้กระทั่งก่อนที่เว็บ www.danbrown.com จะเอารูปและเรื่องพวกนั้นมาลงเสียอีก...(แต่เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับผู้ที่ศึกษาเรื่องของเลโอนาโดดาวินชีหรือเกี่ยวกับศาสนวิทยาทางด้านศาสนาคริสต์มาก่อน) หลังจากนั้นมีภาพยนตร์ที่ทอม แฮงค์ นำแสดงออกมาฉายอีก น่าเสียดายว่ารายละเอียดจากหนังสือหายไปมากมาย ด้วยเงื่อนไขเวลา (เงื่อนไขทางธุรกิจ?)
สิ่งที่ได้เรียนรู้และข้อสังเกตจากหนังสือเล่มนี้มีมากมาย เช่นภาพ The Last Supper ซึ่งซ่อนเงื่อนงำความนึกคิดของดาวินชีผู้เขียนภาพนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะซ่อนตัว W (woman) ที่แดน บราวน์ค้นคว้ามาเขียน หรือมีรูปมือถือมีดปรากฎอยู่โดยไม่รู้ว่าเป็นมือใคร?
(ภาพ The Last Supper)
(ภาพ Later reproduction of The Last Supper.)
Mysterious hand holding knife.
ภาพ Virgin of the rocks นั้นจริงๆ มีอยู่สองเวอร์ชั่น คือภาพแรกที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ฝรั่งเศส ชื่อว่า Madonna of the rocks และภาพที่เขียนใหม่ภายหลังที่เนชั่นแนล แกลเลอรี่ ลอนดอน แต่ใช้ชื่อว่า Virgin of the rocks มีความแตกต่างกันอย่างจงใจ
แต่ที่ผมสนใจที่สุดคือ
"สัดส่วนแห่งสวรรค์" (PHI) The Golden Number

ซึ่งภาษาทางวิชาการเรียกว่า อัตราส่วนทองคำ (Golden ratio)
ในหนังสือเขียนไว้ว่า "สัดส่วนแห่งสวรรค์" คือเลข 1.618
แต่จริงๆ แล้วเลขที่เป็นทศนิยมไม่รู้จบ คือ 1.61803398874989...
PHI ตัวเลขพิศวงจากธรรมชาติ
1.61803398874989...
ลำดับตัวเลขที่ทุกคนกำลังจ้องมองอยู่นี้ เป็นลำดับตัวเลขที่โด่งดังที่สุดแบบหนึ่งในประวัติศาสตร์ เรียกกันว่า ลำดับฟีโบนักชี แม้กระทั่งในหนังสือนวนิยายชื่อดังซึ่งติดอันดับขายดีกว่า 8 ล้านเล่มทั่วโลกอย่าง The Da Vinci Code (รหัสลับดาวินชี) ของแดน บราวน์ ยังได้นำลำดับฟีโบนักชีนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการผูกปมปริศนาตอนต้นเรื่องให้ผู้อ่านต้องรู้สึกฉงนและทึ่งกันมาแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าธรรมชาติได้ทำให้เรารู้สึกทึ่งยิ่งกว่านั้นอีกหลายเท่า ด้วยการสร้างตัวเอง ขยายขนาด ขยายการเจริญเติบโต รวมถึงการแพร่พันธุ์ ตามกฎเกณฑ์ของลำดับฟีโบนักชีนี้ด้วย
ความมีชื่อเสียงของลำดับฟีโบนักชีเริ่มเป็นที่รู้จักมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 13 โดยนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีกับชื่ออันเป็นที่มาของลำดับนี้ คือ ลีโอนาโด ฟีโบนักชี ผู้ซึ่งได้พาเราเข้าไปล่วงรู้ความลับของธรรมชาติ จากการที่เขาได้สังเกต และศึกษาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น รูปแบบของฟ้าแลบ รูปแบบของผลไม้ และรูปแบบของเปลือกหอยทาก เป็นต้น การศึกษาของเขาพบว่า การเกิดของ ปรากฏการณ์เหล่านี้มีรูปแบบที่เป็นปกติ และค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยนำมาคิดเป็นตัวเลขทางคณิตศาสตร์ คือ 1 1 2 3 5 8 13 21 34 55 89 ….และต่อ ๆ ไป ซึ่งใช้วิธีการจัดเรียงตัวเลขจากการนำตัวเลขที่อยู่สองตัวข้างหน้าบวกกัน ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นตัวเลขตัวถัดไป เช่น 1+1=2, 1+2=3, 2+3=5, 3+5=8, ….
ตัวอย่างง่ายๆ ที่แสดงถึงความปรากฎอยู่ของลำดับฟีโบนักชีในธรรมชาติ ได้แก่
- การแตกกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ตาลูกสนซึ่งมีการจัดเรียงแบบวนก้นหอยที่หมุนตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกาในอัตราส่วนเป็น 5 ต่อ 8
- หรือตาสับปะรดก็มีการจัดเรียงที่หมุนตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกาในอัตราส่วนเป็น 8 ต่อ 13 เช่นกัน
- การจัดเรียงเกสรของดอกทานตะวันที่มีการจัดเรียงเกสรแบบหมุนตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกาด้วยอัตราส่วนเป็น 21 ต่อ 34
เช่น 5 หารด้วย 3, 8 หารด้วย 5, 13 หารด้วย 8, 21 หารด้วย 13 …ได้ผลลัพธ์ที่เข้าใกล้อัตราส่วน 1.618 และเมื่อตัวเลขยิ่งเพิ่มมากขึ้น ความเข้าใกล้อัตราส่วน 1.618 นี้ก็ยิ่งมากขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คนโบราณจึงถือว่ามันเป็นสัดส่วนที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างขึ้นอย่างแสนมหัศจรรย์ พร้อมกับเรียกชื่อตัวเลข 1.618 นี้เป็นภาษากรีกโบราณว่า PHI (ฟี) หรือบางครั้งถึงกับเรียกว่า อัตราส่วนทองคำ (Golden ratio)
เราลองมาดูกันว่า PHI มีอยู่แห่งหนใดบ้าง ??
- ใครที่เคยศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพศผู้กับเพศเมียในสังคมผึ้งคงทราบว่าผึ้งตัวเมียจะมีจำนวนมากกว่าผึ้งตัวผู้เสมอ แล้วถ้าเราลองนำจำนวนทั้งหมดของผึ้งตัวเมียหารด้วยจำนวนทั้งหมดของผึ้งตัวผู้ไม่ว่ารังใดก็ตามในโลกนี้ ค่าที่ได้ก็คือ 1.618 หรือ PHI นี่แหละ
- ยิ่งไม่ต้องสงสัยกับตัวอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นการจัดเรียงเกสรของดอกทานตะวัน ตาสับปะรด ตาลูกสน เปลือกหอยที่เป็นเกลียวรอบ ต่างก็มีอัตราส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางของแต่ละวงเทียบกับวงถัดไปเท่ากับ PHI ทั้งนั้น แล้วถ้าหากเราอยากพิสูจน์ว่าแต่ละวงสามารถจัดเรียงได้ตามลำดับ ฟีโบนักชีหรือไม่ก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่เอา 1.618 คูณหรือหารด้วยวงนั้น ๆ เราก็จะสามารถทราบคำตอบของวงถัดไปทั้งวงนอกและวงในได้โดยไม่ยาก
- หรือในกรณีการแตกใบของต้นไม้ นักชีววิทยาได้พบว่าใบที่แตกใหม่จะทำมุม 137.5 องศากับแนวใบเดิม ซึ่งถ้าเราเอา 360 – 137.5 จะได้ 222.5 จากนั้นจึงเอา 222.5 หารด้วย 137.5 ค่าที่ได้ทุกคนน่าจะเดาถูกนั่นก็คือ PHI ทั้งนี้ นักชีววิทยาได้ให้เหตุผลว่า มุม 137.5 องศา เป็นมุมที่ดีที่สุดในการทำให้ใบไม้ทุกใบของต้นไม้ได้รับแสงแดดมากที่สุดสำหรับการสังเคราะห์อาหารนั่นเอง
- แม้กระทั่งในตัวเราเอง ใครทายได้บ้าง ว่าจังหวะการเต้นของหัวใจคนเราจังหวะยาวจะยาวกว่าจังหวะสั้นกี่เท่า เฉลยก็คือประมาณ 1.618 เท่า ซึ่งก็คือ PHI อีกแล้วใช่ไหม
- และที่เหลือเชื่อมีการวิจัยมาแล้ว ว่าคนส่วนใหญ่จะชอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีอัตราส่วนความยาวต่อความกว้างเท่ากับ 1.6180339887
- ขณะเดียวกันรูปหน้าของคนที่ได้รับการยอมรับว่าได้รูปสวยงาม ในสายตาของคนส่วนมากก็ยังมีสัดส่วนเทียบเท่ากับ 1.618 นี้ด้วย จึงไม่แปลกที่ PHI จะได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวเลขที่งดงามที่สุด ซึ่งเป็นเหมือนรากฐานให้กับธรรมชาติทั้ง พืช สัตว์ และมนุษย์

เพนทาเคิล และ ภาพ The Vitruvian Man ล้วนเป็นสัดส่วนแห่งสวรรค์
*ดาวินชีเป็นคนแรกที่แสดงให้เห็นว่าร่างกายมนุษย์แทบจะเรียกได้ว่าประกอบด้วยหน่วยโครงสร้างซึ่งมีอัตราส่วนของสัดส่วนเท่ากับ PHI เสมอ
- สัดส่วนทั้งชายและหญิง วัดระยะจากหัวถึงพื้น แล้วหารด้วยระยะจากสะดือถึงพื้น คือ PHI
- วัดระยะจากไกล่จนถึงปลายนิ้วมือ แล้วหารด้วยระยะจากข้อศอกถึงปลายนิ้วมือ คือ PHI
- จากสะโพกถึงพื้น แล้วหารด้วยเจากเข่าถึงพื้น คือ PHI
- ข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า กระดูกสันหลัง ล้วนแล้วแต่เป็น PHI มนุษย์คือผลลัพธ์ที่เดินได้ของสัดส่วนแห่งสวรรค์
- นอกจากนั้น PHI ยังไปปรากฎอยู่ในงานสถาปัตยกรรมและงานศิลปะที่มีความสำคัญต่อ ประวัติศาสตร์มากมาย อย่างภาพวาดโมนาลิซา ผลงานชิ้นเอกของลีโอนาโด ดาวินชี จิตรกรชื่อก้องโลก ก็มีอัตราส่วนใบหน้าและร่างกายเท่ากับ PHI
- วิหารพาร์เธนอนของกรีกและพีระมิดของอียิปต์ก็ใช้ PHI ในการออกแบบโครงสร้าง

- หรือแม้แต่ในงานดนตรี PHI ยังปรากฎอยู่ในโครงสร้างการวางระบบของนักประพันธ์เพลงชื่อดัง ทั้งในโซนาต้าของโมซาร์ท ซิมโฟนีหมายเลขห้าของเบโธเฟน
- แม้แต่ในเครื่องดนตรีคลาสสิคไวโอลิน เมื่อเรานำความยาวของฟิงเกอร์บอร์ดมาเปรียบเทียบกับความยาวของไวโอลินก็จะได้ PHI เป็นคำตอบเดียวกัน
- ไม่เว้นแม้แต่บัตรเครดิต
นี่คือตัวอย่างการศึกษาทางคณิตศาสตร์เพื่อใช้อธิบายปรากฏการณ์และความจริงทางธรรมชาติ ทำให้เราได้ค้นพบว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ธรรมชาติล้วนได้สร้างกฎเกณฑ์พื้นฐานรองรับไว้อย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมกันนั้นยังก่อให้เกิดสัดส่วนที่มีความสมส่วนซึ่งกันและกันของขนาด จนกลายเป็นความงาม ความกลมกลืน ที่เราต่างก็ยอมรับถึงความเหมาะเจาะลงตัว คอยดูกันต่อไปดีกว่า ว่าในอนาคตธรรมชาติจะทำให้เราต้องประหลาดใจกันอีกแค่ไหนเรื่องนี้อาจจะยาวมาก แต่เห็นมั้ย ว่าไม่ได้ "โป๊" สักหน่อย
(ภาพประกอบทั้งหมดจากอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่จากเว็บ www.danbrown.com เนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ* และจากเว็บ www.nsm.or.th/modules.php?name=News&file=article&sid=170)
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
วันพุธ ที่ 30 เมษายน 2551
สัดส่วนแห่งสวรรค์
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 7551
Saturday, December 5, 2015
ขอเม้าท์เรื่อง "จิ๋ม" ของเพื่อนสาว
เพื่อนสาวตัวดีโทร.มาบอกว่า "จิ๋ม"ของเธอไม่ปกติ
ให้มาดู "จิ๋ม" ของเธอให้หน่อยจิ
คุณหมอโคทนคนโทก๊ะเลยรีบแล่นไปแบบเหาะได้ก็เหาะไปแล้ว
ไปถึงคอนโดที่เธออยู่ ห้องมันทึบๆ
เธอก็ไปรูดม่านให้แสงสว่างเข้ามาในห้องจะได้เห็น "จิ๋ม" ถนัดๆ
แต่ด้วยแสงยามเย็นทำให้เห็นไม่ถนัดแม้ไฟในห้องจะเปิดอยู่
เลยให้เพื่อนขยับ "จิ๋ม" มาดูใกล้ๆ
"จิ๋ม" นั้นใหญ่เกินอายุ ขนยาวดำมันขลับ
เห็นแล้วอดเอามือไปลูบไม่ได้
...อือม...เนื้อแน่นดีจริงๆ แสดงว่าเจ้าของดูแล "จิ๋ม" เป็นอย่างดี
เอามือซุกเข้าไปใต้ขน สัมผัสกับ "จิ๋ม"
รู้สึกว่า "จิ๋ม" สะท้านเล็กน้อยๆ "จิ๋ม" นั้นร้อนผ่าวเลย
คลำ "จิ๋ม" ดูตรงที่เพื่อนสาวบอกว่าไม่ปกติ
ก็รู้สึกว่ามันบวมๆ เป็นลูกๆ ขึ้นมา
เอ๊ะ รู้สึก "จิ๋ม" จะเปียกด้วย ชักมือกลับมาดู มีเลือดติดปลายนิ้วมาเล็กน้อย
ก้มลงไปดมใกล้ๆ รู้สึก "จิ๋ม" จะมีกลิ่นไม่ปกติด้วย
ก็เลยแหวกขน "จิ๋ม" ดู จึงเห็นว่า "จิ๋ม" เป็นฝีนั่นเอง
ฝีมันแตก "จิ๋ม" เลยมีไข้
เอาไซริ้งเจาะแล้วดูดหนองออก ทำความสะอาด ใส่ยา ให้เรียบร้อย
แล้วบอกกับเพื่อนสาวว่าให้ทำความสะอาด ใส่ยา "จิ๋ม" วันละครั้ง
อย่าให้ "จิ๋ม" โดนน้ำ
แล้วก็อย่าให้ใครมายุ่งกับ "จิ๋ม" เดี๋ยว "จิ๋ม" จะติดเชื้ออีก
เสร็จแล้วก็เอามือลูบ "จิ๋ม" อีก 3-4 ครั้งเป็นการอำลา
"จิ๋ม" ก็ร้อง "เมี้ยวๆๆ" เป็นการขอบคุณ
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
เรื่องจริงยาวกว่านี้ ตัดตอนมาเฉพาะหัวเรื่อง
วันอังคาร ที่ 29 เมษายน 2551
ขอเม้าท์เรื่อง จิ๋ม ของเพื่อนสาว
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 12944
ให้มาดู "จิ๋ม" ของเธอให้หน่อยจิ
คุณหมอโคทนคนโทก๊ะเลยรีบแล่นไปแบบเหาะได้ก็เหาะไปแล้ว
ไปถึงคอนโดที่เธออยู่ ห้องมันทึบๆ
เธอก็ไปรูดม่านให้แสงสว่างเข้ามาในห้องจะได้เห็น "จิ๋ม" ถนัดๆ
แต่ด้วยแสงยามเย็นทำให้เห็นไม่ถนัดแม้ไฟในห้องจะเปิดอยู่
เลยให้เพื่อนขยับ "จิ๋ม" มาดูใกล้ๆ
"จิ๋ม" นั้นใหญ่เกินอายุ ขนยาวดำมันขลับ
เห็นแล้วอดเอามือไปลูบไม่ได้
...อือม...เนื้อแน่นดีจริงๆ แสดงว่าเจ้าของดูแล "จิ๋ม" เป็นอย่างดี
เอามือซุกเข้าไปใต้ขน สัมผัสกับ "จิ๋ม"
รู้สึกว่า "จิ๋ม" สะท้านเล็กน้อยๆ "จิ๋ม" นั้นร้อนผ่าวเลย
คลำ "จิ๋ม" ดูตรงที่เพื่อนสาวบอกว่าไม่ปกติ
ก็รู้สึกว่ามันบวมๆ เป็นลูกๆ ขึ้นมา
เอ๊ะ รู้สึก "จิ๋ม" จะเปียกด้วย ชักมือกลับมาดู มีเลือดติดปลายนิ้วมาเล็กน้อย
ก้มลงไปดมใกล้ๆ รู้สึก "จิ๋ม" จะมีกลิ่นไม่ปกติด้วย
ก็เลยแหวกขน "จิ๋ม" ดู จึงเห็นว่า "จิ๋ม" เป็นฝีนั่นเอง
ฝีมันแตก "จิ๋ม" เลยมีไข้
เอาไซริ้งเจาะแล้วดูดหนองออก ทำความสะอาด ใส่ยา ให้เรียบร้อย
แล้วบอกกับเพื่อนสาวว่าให้ทำความสะอาด ใส่ยา "จิ๋ม" วันละครั้ง
อย่าให้ "จิ๋ม" โดนน้ำ
แล้วก็อย่าให้ใครมายุ่งกับ "จิ๋ม" เดี๋ยว "จิ๋ม" จะติดเชื้ออีก
เสร็จแล้วก็เอามือลูบ "จิ๋ม" อีก 3-4 ครั้งเป็นการอำลา
"จิ๋ม" ก็ร้อง "เมี้ยวๆๆ" เป็นการขอบคุณ
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
เรื่องจริงยาวกว่านี้ ตัดตอนมาเฉพาะหัวเรื่อง
วันอังคาร ที่ 29 เมษายน 2551
ขอเม้าท์เรื่อง จิ๋ม ของเพื่อนสาว
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 12944
เก็บคำ จำสำนวน ชวนดูหนัง
Geroge "Hey, would you, hu, love me the rest of my life?"
Lace "No. I'm gonna love you for the rest of mine"
จอร์จ “เอ่อ คุณจะรักผมไปจนตลอดชีวิตของผมมั้ย”
เลซ “ไม่ ฉันจะรักคุณตราบชั่วชีวิตของฉัน”Phenomenon
นอกจากรักคุณแล้ว ผมทำอะไรไม่เก่งเลย
The Classic
Life is like a box of chocolates. You never know what you gonna get.
ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อกโกแลต คุณไม่รู้หรอกว่าคุณจะได้อะไร
Forrest Gump
If we don't stand for someting, we will fall for everything.
หากเราไม่ยึดมั่นในบางสิ่ง เราก็จะตกหลุมพรางในทุกเรื่อง
Purpose
You've got to appreciate what you have while you still have it.
คุณควรจะรู้ค่าของสิ่งที่มีขณะคุณยังมีมันอยู่
About Schmidt
Do not confuse luck with skill.
จงอย่าสับสนระหว่างความโชคดีกับทักษะส่วนตัว
The Replacement Killers
The choice you made dictate the life you lead.
ทางที่คุณเลือก กำหนดชีวิตที่คุณดำเนิน
Renaissance Man
The hardest thing in the world is to belive in something
สิ่งที่ยากที่สุดในโลกคือการเชื่อมั่นในบางสิ่ง
Without Limit
The only feeling of real loss is when you love someone more than you love yourself.
ความรู้สึกเดียวของความสูญเสียอย่างแท้จริง คือการที่คุณรักใครสักคนมากกว่าที่คุณรักตัวคุณเอง
Good Will Hunting
Life doesn't always turn out like you planned.
ชีวิตมักไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
While you were sleeping
Hesitation will cause your worst fears to come true.
ความลังเลเป็นสาเหตุทำให้ความกลัวเป็นจริง
Point Break
If you hang on to the past, you die little each day.
ถ้าคุณฝังตัวเองไว้กับอดีต คุณก็กำลังตายทีละน้อย
Cape Fear
The distance between inanity and genius is measured by success.
ความสำเร็จเป็นเครื่องวัดความแตกต่างระหว่างบ้ากับอัจฉริยะ
James Bond : Tomorrow Never Dies
The truth is what everybody accepts.
ความจริงคือสิ่งที่ทุกคนยอมรับ
Twelve Monkeys
Without struggle, there is no progress.
หากปราศจากการดิ้นรน ก็จะไม่มีความก้าวหน้า
Higher Learning
The only to stay of trouble to grow old.
หนทางเดียวที่จะอยู่ห่างความยุ่งยาก คือการทำตัวเป็นผู้ใหญ่
The lady from Shanghai
In every job that must be done, there is element of fun.
ทุกๆ งานที่จะต้องทำมักมีองค์ประกอบของความสนุกอยู่เสมอ
Marry Poppins
The only wrong thing would be to deny what your heart truly feels.
สิ่งผิดพลาดสิ่งเดียว คือปฏิเสธสิ่งที่หัวใจของเธอรู้สึกอย่างแท้จริง
The Mask of Zorro
You will be doing anything for the one you love..except love them again.
คุณจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคนที่คุณรัก ยกเว้นรักเขาอีกครั้ง
Faithful
Love is like the wind. You cannot see it but you can always feel it.
รักก็เหมือนกับสายลม เธอมองไม่เห็น แต่คุณสามารถรู้สึกถึงมันได้เสมอ
A walk to Remember
With great power comes great responsibility.
พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมภาระอันใหญ่ยิ่ง
Spider Man
If you love someone you say it, your say it right then, out loud, or the moment just...passes you by.
ถ้าคุณรักใครสักคน จงบอกเขาไปดังๆ ทันที หรือว่าจะปล่อยให้ผ่านไปโดยที่เขาไม่รู้เลย
My best best friend's wedding
If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with.
หากคุณเคยต้องการบางสิ่งเป็นอย่างมาก จงปล่อยมันไป ถ้ามันกลับมาหาคุณ มันก็จะเป็นของคุณตลอดไป แต่ถ้ามันไม่กลับมา แสดงว่ามันไม่เคยเป็นของคุณตั้งแต่แรกแล้ว
Indecent Proposal
Caroline "You love with you mind and soul, not your heart."
Adam (Touching his chest) "Then how come I hurt here when you're not with me?"
แคโรลีน “คุณรักด้วยความคิดและวิญญาน ไม่ใช่หัวใจ”
อดัม “เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อฉันเจ็บตรงหัวใจเวลาที่คุณไม่อยู่กับผม
”Untamed Heart
Jerry "I love you. You ... complete me."
Dorothy "Shut up. Just shut up. You had me at "Hello"
เจอรี่ “ผมรักคุณ คุณมาเติมเต็มชีวิตของผม”
โดโรธี “หยุดเลย หยุดพูดเลย คุณได้ใจฉันไปตั้งแต่คุณทักทายฉันแล้ว"
Jerry Maguire
Love means never having to say you're sorry
รัก คือ เมื่อรักแล้วจะต้องไม่มีคำว่าเสียใจ
”Love Story
The grestest thing you'll ever learn is just to love and be loved in return.
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณเรียนรู้จากความรักคือ การที่เรารักใคร แล้วเขาก็รักคุณเช่นกัน
Moulin Rouge
It's not becuase I'm lonely, and it's not because it's New Year's Eve.I came here tonight because when you realize you want to spend the rest of your life with somebody, you want the rest of your life to start as soon as possible."
มันไม่ใช่เพราะฉันเหงา และไม่ใช่เพราะเป็นวันปีใหม่ ฉันมาที่นี่ คืนนี้ เพราะฉันตระหนักดีว่าฉันต้องการใช้ช่วงเวลาที่เหลือในชีวิตฉันกับใครสักคน เธออยากจะเริ่มใช้ชีวิตที่เหลือในตอนนี้เลยมั้ย”
When Harry Met Sally
Melvin "You make me want to be a better man"
Caral "That's may be the best complement of my life"
เมลวิน “คุณทำให้ผมต้องการเป็นคนที่ดีขึ้น”
แครอล “นั่นอาจจะเป็นคำชมที่ดีที่สุดของชีวิตฉัน”
As Good As It Gets
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552
เก็บคำ จำสำนวน ชวนดูหนัง
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 6833
Lace "No. I'm gonna love you for the rest of mine"
จอร์จ “เอ่อ คุณจะรักผมไปจนตลอดชีวิตของผมมั้ย”
เลซ “ไม่ ฉันจะรักคุณตราบชั่วชีวิตของฉัน”Phenomenon
นอกจากรักคุณแล้ว ผมทำอะไรไม่เก่งเลย
The Classic
Life is like a box of chocolates. You never know what you gonna get.
ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อกโกแลต คุณไม่รู้หรอกว่าคุณจะได้อะไร
Forrest Gump
If we don't stand for someting, we will fall for everything.
หากเราไม่ยึดมั่นในบางสิ่ง เราก็จะตกหลุมพรางในทุกเรื่อง
Purpose
You've got to appreciate what you have while you still have it.
คุณควรจะรู้ค่าของสิ่งที่มีขณะคุณยังมีมันอยู่
About Schmidt
Do not confuse luck with skill.
จงอย่าสับสนระหว่างความโชคดีกับทักษะส่วนตัว
The Replacement Killers
The choice you made dictate the life you lead.
ทางที่คุณเลือก กำหนดชีวิตที่คุณดำเนิน
Renaissance Man
The hardest thing in the world is to belive in something
สิ่งที่ยากที่สุดในโลกคือการเชื่อมั่นในบางสิ่ง
Without Limit
The only feeling of real loss is when you love someone more than you love yourself.
ความรู้สึกเดียวของความสูญเสียอย่างแท้จริง คือการที่คุณรักใครสักคนมากกว่าที่คุณรักตัวคุณเอง
Good Will Hunting
Life doesn't always turn out like you planned.
ชีวิตมักไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
While you were sleeping
Hesitation will cause your worst fears to come true.
ความลังเลเป็นสาเหตุทำให้ความกลัวเป็นจริง
Point Break
If you hang on to the past, you die little each day.
ถ้าคุณฝังตัวเองไว้กับอดีต คุณก็กำลังตายทีละน้อย
Cape Fear
The distance between inanity and genius is measured by success.
ความสำเร็จเป็นเครื่องวัดความแตกต่างระหว่างบ้ากับอัจฉริยะ
James Bond : Tomorrow Never Dies
The truth is what everybody accepts.
ความจริงคือสิ่งที่ทุกคนยอมรับ
Twelve Monkeys
Without struggle, there is no progress.
หากปราศจากการดิ้นรน ก็จะไม่มีความก้าวหน้า
Higher Learning
The only to stay of trouble to grow old.
หนทางเดียวที่จะอยู่ห่างความยุ่งยาก คือการทำตัวเป็นผู้ใหญ่
The lady from Shanghai
In every job that must be done, there is element of fun.
ทุกๆ งานที่จะต้องทำมักมีองค์ประกอบของความสนุกอยู่เสมอ
Marry Poppins
The only wrong thing would be to deny what your heart truly feels.
สิ่งผิดพลาดสิ่งเดียว คือปฏิเสธสิ่งที่หัวใจของเธอรู้สึกอย่างแท้จริง
The Mask of Zorro
You will be doing anything for the one you love..except love them again.
คุณจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคนที่คุณรัก ยกเว้นรักเขาอีกครั้ง
Faithful
Love is like the wind. You cannot see it but you can always feel it.
รักก็เหมือนกับสายลม เธอมองไม่เห็น แต่คุณสามารถรู้สึกถึงมันได้เสมอ
A walk to Remember
With great power comes great responsibility.
พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมภาระอันใหญ่ยิ่ง
Spider Man
If you love someone you say it, your say it right then, out loud, or the moment just...passes you by.
ถ้าคุณรักใครสักคน จงบอกเขาไปดังๆ ทันที หรือว่าจะปล่อยให้ผ่านไปโดยที่เขาไม่รู้เลย
My best best friend's wedding
If you ever want something badly, let it go. If it comes back to you, then it's yours forever. If it doesn't, then it was never yours to begin with.
หากคุณเคยต้องการบางสิ่งเป็นอย่างมาก จงปล่อยมันไป ถ้ามันกลับมาหาคุณ มันก็จะเป็นของคุณตลอดไป แต่ถ้ามันไม่กลับมา แสดงว่ามันไม่เคยเป็นของคุณตั้งแต่แรกแล้ว
Indecent Proposal
Caroline "You love with you mind and soul, not your heart."
Adam (Touching his chest) "Then how come I hurt here when you're not with me?"
แคโรลีน “คุณรักด้วยความคิดและวิญญาน ไม่ใช่หัวใจ”
อดัม “เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อฉันเจ็บตรงหัวใจเวลาที่คุณไม่อยู่กับผม
”Untamed Heart
Jerry "I love you. You ... complete me."
Dorothy "Shut up. Just shut up. You had me at "Hello"
เจอรี่ “ผมรักคุณ คุณมาเติมเต็มชีวิตของผม”
โดโรธี “หยุดเลย หยุดพูดเลย คุณได้ใจฉันไปตั้งแต่คุณทักทายฉันแล้ว"
Jerry Maguire
Love means never having to say you're sorry
รัก คือ เมื่อรักแล้วจะต้องไม่มีคำว่าเสียใจ
”Love Story
The grestest thing you'll ever learn is just to love and be loved in return.
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณเรียนรู้จากความรักคือ การที่เรารักใคร แล้วเขาก็รักคุณเช่นกัน
Moulin Rouge
It's not becuase I'm lonely, and it's not because it's New Year's Eve.I came here tonight because when you realize you want to spend the rest of your life with somebody, you want the rest of your life to start as soon as possible."
มันไม่ใช่เพราะฉันเหงา และไม่ใช่เพราะเป็นวันปีใหม่ ฉันมาที่นี่ คืนนี้ เพราะฉันตระหนักดีว่าฉันต้องการใช้ช่วงเวลาที่เหลือในชีวิตฉันกับใครสักคน เธออยากจะเริ่มใช้ชีวิตที่เหลือในตอนนี้เลยมั้ย”
When Harry Met Sally
Melvin "You make me want to be a better man"
Caral "That's may be the best complement of my life"
เมลวิน “คุณทำให้ผมต้องการเป็นคนที่ดีขึ้น”
แครอล “นั่นอาจจะเป็นคำชมที่ดีที่สุดของชีวิตฉัน”
As Good As It Gets
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552
เก็บคำ จำสำนวน ชวนดูหนัง
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 6833
รักระหว่างลบ
สงครามระหว่างเขาและเธอยืดเยื้อมาเนิ่นนาน
ทุกข์เกินจะทนแล้ว
สงครามนี้ต้องจบลงเสียที
เขาเดินเข้าไปที่ศูนย์ BE (Brain Edit)
พนักงานต้อนรับสาวสวย ถอดแบบโครโมโซมจากอั้ม พัชราภา ปรี่เข้ามาต้อนรับ
หลังจากลงทะเบียนประวัติด้วยการสแกนลายนิ้วมือแล้ว
เขาถูกนำไปห้อง Memory Scan เพื่อตรวจสอบความทรงจำที่เขาต้องการตกแต่งใหม่
ผ่านไปเนิ่นนาน กว่าเขาจะได้พบกับที่แพทย์ที่ปรึกษา
หน่วยงาน BE สังกัดกระทรวงความสุขแห่งมวลมนุษย์
ที่นี่ไม่มีการไกล่เกลี่ย
ที่นี่ไม่มีการประนีประนอม
ที่นี่ไม่มีความทุกข์
เพราะความทุกข์เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในประชาคมแห่งนี้
หลังการพูดคุยกับแพทย์ที่ปรึกษา เขาได้รับนัดหมายให้มารับการบำบัดในสัปดาห์หน้า
ก่อนออกจากอาคาร BE อันทันสมัย
เขาถูกพนักงานสาวสวยอีกคนในโครโมโซมของพลอย เฌอมาลย์ฝังชิปบันทึกพฤติกรรมในอีกเจ็ดวันข้างหน้า
:: :: :: :: ::
เขากลับมาที่บ้าน
ภรรยาของเขากำลังทำความสะอาดบ้าน
แม้มีเครื่องปรับอุณหภูมิ แต่เหงื่อก็โทรมกายร่างท้วม ผมเผ้ายุ่งเหยิงนั้นเริ่มมีผมหงอกแซมขึ้นมาแล้ว
"คุณไปไหนมา ฉันบอกแล้วว่าวันนี้จะทำความสะอาดบ้าน น่าจะมาช่วยกันบ้าง"
ชายหนุ่มผายมือแบบให้รู้ว่าไม่มีคำตอบสำหรับคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบนั้น
"อย่างนั้นคุณช่วยกำจัดขยะ แล้วส่งผ้าไปซักด้วย"
ชายหนุ่มทำท่าเหนื่อยหน่ายแล้วจัดการถ่ายขยะจากถังส่งเข้าแคปซูล แล้วกดปุ่ม "รีไซเคิล" ก่อนแคปซูลนั้นจะวิ่งหายไปตามท่อใสๆ ที่เชื่อมต่อกับทุกระบบในประชาคมแห่งนี้
จากนั้นเขาเข้าไปในห้องนอน เก็บเสื้อผ้าที่ต้องการส่งซัก บรรจุใส่อีกแคปซูลที่มีรหัสครอบครัวแต่คราวนี้เขากดปุ่ม "ทำความสะอาด" ก่อนส่งเข้าท่อใสๆ
เสร็จจากภารกิจที่ยุ่งยาก น่าเบื่อหน่าย เขาชงกาแฟแล้วมานั่งในห้องนั่งเล่น
เขาเปิดเครื่องเสียงแล้วก็หยิบหูฟังมาครอบศีรษะ...เสียงจากเครื่องทำความสะอาดที่ภรรยาของเขากำลังใช้อยู่ ทำลายความสงบของเขาเหลือเกิน
เขามองผู้หญิงที่กำลังทำงานบ้านอยู่ แล้วนึกไปว่าเขาแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ได้อย่างไรกัน ภาพที่วุ่นวายนี้รบกวนสายตาจนสุดจะทน เขาจึงหยิบแว่นมโนมิติ (Virtual Mind) ออกมาเพื่อดูข่าวสารของประชาคม
นาทีนั้น เขาอยากจะจับเธอใส่แคปซูล แล้วกดปุ่ม "ทำความสะอาด" กับ "รีไซเคิล" พร้อมๆ กัน
แต่...ไม่เป็นไร...อีกเจ็ดวัน...ฉันก็ไม่รู้จักเธอแล้ว
คิดถึงตรงนี้...รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา
:: :: :: :: ::
พยาบาลสาวสวยในโครโมโซมของแอ๊ฟ ทักษอร จัดท่านั่งให้เขาสบายที่สุดบนเก้าอี้สแกน
"ยาที่ฉีดเข้าไปจะทำให้คุณสบายที่สุด และถ้าตรงไหนของความทรงจำที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ ไม่ต้องการลบ เครื่องลบจะข้ามไปอัตโนมัติตามกระแสไฟจากสมอง"
"จากนี้อีกหนึ่งนาทีคุณจะหลับไปและจะตื่นขึ้นมาอย่างมีความสุข...โชคดีนะคะ"
:: :: :: :: ::
ร่างเขาลอยลิ่วๆ เหมือนถูกดูดกลับไปในอุโมงค์อันมืดมิด
ภาพของชายวัยกลางคนหน้าตาอมทุกข์ กำลังตะเกียกตะกายหนีจากแรงดึงดูดลึกลับ
ท้องฟ้าชายทะเลสดใสเจิดแจ่ม
ชายหาดยามเช้า มีแต่เสียงคลื่นซัดสาดประหนึ่งเสียงดนตรี
ชายหนุ่มสะโอดสะองคนหนึ่งเดินโอบเอวกับหญิงสาวสวยรูปร่างดี
เสียงน้ำตกซ่าสนั่นป่า เสียงนกร้องในแนวไม้รอบๆ น้ำตก
ที่นี่ชุมชื้น ชุ่มฉ่ำทั้งปี หินน้อยใหญ่มีตะไคร่เขียวเคลือบครึ้ม
ชายหนุ่มเอื้อมมือให้หญิงสาวจับเพื่อก้าวข้ามโขดหิน
เมื่อยืนเคียงคู่กัน ชายหนุ่มโอบไหล่หญิงสาวอย่างทะนุถนอม
หมอกขาวโพลนบนเส้นทางเงียบเหงา
ยอดดอยหนาวมีเพียงสองชีวิตเดินอ้อยอิ่งอยู่บนเส้นทาง
ทั้งสองเดินห่างกันเพียงระยะแขนสองข้างกระชับมือกันได้
แสงเทียนวิบวับบนโต๊ะอาหาร ในห้องอาหารบรรยากาศโรแมนติก
ชายหนุ่มกุมมือหญิงสาวอย่างอบอุ่นในเสียงเพลงหวานไพเราะ
นานๆ ครั้ง ทั้งคู่จะหันมาสบตากันด้วยประกายแห่งความรัก
ฯลฯ
ฉากต่างๆ ผ่านวับวาบเข้ามา แล้วผ่านไป
ความรักของชายหนุ่มและหญิงสาว
ก่อเกิด...เติบโต...
จากคนสองคนมาพบกัน...
แล้วรวมเป็นหนึ่ง...
สุขที่ต่างคนต่างมี กลายเป็นร่วมสุข
ทุกข์ที่ต่างกันต่างสร้าง ต่างมี กลายเป็นร่วมทุกข์
จากคนสองคนที่มีความรัก
กลายเป็นคนสองคนที่ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน
จากคนสองคนที่มีปัญหาเดียวกัน
กลายเป็นต่างพยายามบอกว่าเป็นปัญหาของอีกฝ่ายหนึ่ง
จากความรักที่เคยมีให้กัน
กลายเป็นความทุกข์ที่ต้องมีกันและกัน
บนเส้นทางอันยาวไกล
จุดสุดท้ายเป็นเช่นนี้
ระยะทางระหว่างจุดเริ่มต้น
จนถึงวันนี้
ไม่มีความหมายเลยหรือไร
:: :: :: :: ::
เขายืนอยู่ที่หน้าห้องๆ หนึ่ง หลังจากกดกริ่ง
เบื้องหลังประตูที่เลื่อนเปิด เป็นหญิงร่างท้วม ไร้เครื่องสำอาง
เขายิ้มให้เธอ พร้อมกับกุหลาบสีขาวช่อใหญ่
เธอยิ้มรับแบบงงๆ
"คุณไม่ได้ทำแบบนี้มานานแล้วนะคะ มีอะไรจะเซอร์ไพรส์ฉันเหรอ"
เขาไม่ตอบ แต่รั้งร่างของเธอมากอดและจูบเธออย่างรักใคร่
ชั่ววินาที...เขานึกถึงเสียงเนิบช้าของแพทย์ที่ปรึกษา
"ดูเหมือนคุณแทบจะไม่ได้ลบความทรงจำออกไปเลย นี่แหละ...เราจะรู้คุณค่าของความรัก ต่อเมื่อเรากำลังจะสูญเสียมันไปเสมอๆ..."
:: :: :: :: ::
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
ทุกข์เกินจะทนแล้ว
สงครามนี้ต้องจบลงเสียที
เขาเดินเข้าไปที่ศูนย์ BE (Brain Edit)
พนักงานต้อนรับสาวสวย ถอดแบบโครโมโซมจากอั้ม พัชราภา ปรี่เข้ามาต้อนรับ
หลังจากลงทะเบียนประวัติด้วยการสแกนลายนิ้วมือแล้ว
เขาถูกนำไปห้อง Memory Scan เพื่อตรวจสอบความทรงจำที่เขาต้องการตกแต่งใหม่
ผ่านไปเนิ่นนาน กว่าเขาจะได้พบกับที่แพทย์ที่ปรึกษา
หน่วยงาน BE สังกัดกระทรวงความสุขแห่งมวลมนุษย์
ที่นี่ไม่มีการไกล่เกลี่ย
ที่นี่ไม่มีการประนีประนอม
ที่นี่ไม่มีความทุกข์
เพราะความทุกข์เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในประชาคมแห่งนี้
หลังการพูดคุยกับแพทย์ที่ปรึกษา เขาได้รับนัดหมายให้มารับการบำบัดในสัปดาห์หน้า
ก่อนออกจากอาคาร BE อันทันสมัย
เขาถูกพนักงานสาวสวยอีกคนในโครโมโซมของพลอย เฌอมาลย์ฝังชิปบันทึกพฤติกรรมในอีกเจ็ดวันข้างหน้า
:: :: :: :: ::
เขากลับมาที่บ้าน
ภรรยาของเขากำลังทำความสะอาดบ้าน
แม้มีเครื่องปรับอุณหภูมิ แต่เหงื่อก็โทรมกายร่างท้วม ผมเผ้ายุ่งเหยิงนั้นเริ่มมีผมหงอกแซมขึ้นมาแล้ว
"คุณไปไหนมา ฉันบอกแล้วว่าวันนี้จะทำความสะอาดบ้าน น่าจะมาช่วยกันบ้าง"
ชายหนุ่มผายมือแบบให้รู้ว่าไม่มีคำตอบสำหรับคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบนั้น
"อย่างนั้นคุณช่วยกำจัดขยะ แล้วส่งผ้าไปซักด้วย"
ชายหนุ่มทำท่าเหนื่อยหน่ายแล้วจัดการถ่ายขยะจากถังส่งเข้าแคปซูล แล้วกดปุ่ม "รีไซเคิล" ก่อนแคปซูลนั้นจะวิ่งหายไปตามท่อใสๆ ที่เชื่อมต่อกับทุกระบบในประชาคมแห่งนี้
จากนั้นเขาเข้าไปในห้องนอน เก็บเสื้อผ้าที่ต้องการส่งซัก บรรจุใส่อีกแคปซูลที่มีรหัสครอบครัวแต่คราวนี้เขากดปุ่ม "ทำความสะอาด" ก่อนส่งเข้าท่อใสๆ
เสร็จจากภารกิจที่ยุ่งยาก น่าเบื่อหน่าย เขาชงกาแฟแล้วมานั่งในห้องนั่งเล่น
เขาเปิดเครื่องเสียงแล้วก็หยิบหูฟังมาครอบศีรษะ...เสียงจากเครื่องทำความสะอาดที่ภรรยาของเขากำลังใช้อยู่ ทำลายความสงบของเขาเหลือเกิน
เขามองผู้หญิงที่กำลังทำงานบ้านอยู่ แล้วนึกไปว่าเขาแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ได้อย่างไรกัน ภาพที่วุ่นวายนี้รบกวนสายตาจนสุดจะทน เขาจึงหยิบแว่นมโนมิติ (Virtual Mind) ออกมาเพื่อดูข่าวสารของประชาคม
นาทีนั้น เขาอยากจะจับเธอใส่แคปซูล แล้วกดปุ่ม "ทำความสะอาด" กับ "รีไซเคิล" พร้อมๆ กัน
แต่...ไม่เป็นไร...อีกเจ็ดวัน...ฉันก็ไม่รู้จักเธอแล้ว
คิดถึงตรงนี้...รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา
:: :: :: :: ::
พยาบาลสาวสวยในโครโมโซมของแอ๊ฟ ทักษอร จัดท่านั่งให้เขาสบายที่สุดบนเก้าอี้สแกน
"ยาที่ฉีดเข้าไปจะทำให้คุณสบายที่สุด และถ้าตรงไหนของความทรงจำที่คุณต้องการเก็บเอาไว้ ไม่ต้องการลบ เครื่องลบจะข้ามไปอัตโนมัติตามกระแสไฟจากสมอง"
"จากนี้อีกหนึ่งนาทีคุณจะหลับไปและจะตื่นขึ้นมาอย่างมีความสุข...โชคดีนะคะ"
:: :: :: :: ::
ร่างเขาลอยลิ่วๆ เหมือนถูกดูดกลับไปในอุโมงค์อันมืดมิด
ภาพของชายวัยกลางคนหน้าตาอมทุกข์ กำลังตะเกียกตะกายหนีจากแรงดึงดูดลึกลับ
ท้องฟ้าชายทะเลสดใสเจิดแจ่ม
ชายหาดยามเช้า มีแต่เสียงคลื่นซัดสาดประหนึ่งเสียงดนตรี
ชายหนุ่มสะโอดสะองคนหนึ่งเดินโอบเอวกับหญิงสาวสวยรูปร่างดี
เสียงน้ำตกซ่าสนั่นป่า เสียงนกร้องในแนวไม้รอบๆ น้ำตก
ที่นี่ชุมชื้น ชุ่มฉ่ำทั้งปี หินน้อยใหญ่มีตะไคร่เขียวเคลือบครึ้ม
ชายหนุ่มเอื้อมมือให้หญิงสาวจับเพื่อก้าวข้ามโขดหิน
เมื่อยืนเคียงคู่กัน ชายหนุ่มโอบไหล่หญิงสาวอย่างทะนุถนอม
หมอกขาวโพลนบนเส้นทางเงียบเหงา
ยอดดอยหนาวมีเพียงสองชีวิตเดินอ้อยอิ่งอยู่บนเส้นทาง
ทั้งสองเดินห่างกันเพียงระยะแขนสองข้างกระชับมือกันได้
แสงเทียนวิบวับบนโต๊ะอาหาร ในห้องอาหารบรรยากาศโรแมนติก
ชายหนุ่มกุมมือหญิงสาวอย่างอบอุ่นในเสียงเพลงหวานไพเราะ
นานๆ ครั้ง ทั้งคู่จะหันมาสบตากันด้วยประกายแห่งความรัก
ฯลฯ
ฉากต่างๆ ผ่านวับวาบเข้ามา แล้วผ่านไป
ความรักของชายหนุ่มและหญิงสาว
ก่อเกิด...เติบโต...
จากคนสองคนมาพบกัน...
แล้วรวมเป็นหนึ่ง...
สุขที่ต่างคนต่างมี กลายเป็นร่วมสุข
ทุกข์ที่ต่างกันต่างสร้าง ต่างมี กลายเป็นร่วมทุกข์
จากคนสองคนที่มีความรัก
กลายเป็นคนสองคนที่ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน
จากคนสองคนที่มีปัญหาเดียวกัน
กลายเป็นต่างพยายามบอกว่าเป็นปัญหาของอีกฝ่ายหนึ่ง
จากความรักที่เคยมีให้กัน
กลายเป็นความทุกข์ที่ต้องมีกันและกัน
บนเส้นทางอันยาวไกล
จุดสุดท้ายเป็นเช่นนี้
ระยะทางระหว่างจุดเริ่มต้น
จนถึงวันนี้
ไม่มีความหมายเลยหรือไร
:: :: :: :: ::
เขายืนอยู่ที่หน้าห้องๆ หนึ่ง หลังจากกดกริ่ง
เบื้องหลังประตูที่เลื่อนเปิด เป็นหญิงร่างท้วม ไร้เครื่องสำอาง
เขายิ้มให้เธอ พร้อมกับกุหลาบสีขาวช่อใหญ่
เธอยิ้มรับแบบงงๆ
"คุณไม่ได้ทำแบบนี้มานานแล้วนะคะ มีอะไรจะเซอร์ไพรส์ฉันเหรอ"
เขาไม่ตอบ แต่รั้งร่างของเธอมากอดและจูบเธออย่างรักใคร่
ชั่ววินาที...เขานึกถึงเสียงเนิบช้าของแพทย์ที่ปรึกษา
"ดูเหมือนคุณแทบจะไม่ได้ลบความทรงจำออกไปเลย นี่แหละ...เราจะรู้คุณค่าของความรัก ต่อเมื่อเรากำลังจะสูญเสียมันไปเสมอๆ..."
:: :: :: :: ::
เขียนครั้งแรกใน www.oknation.net/blog/konto
วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2552
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 1702
Subscribe to:
Posts (Atom)





